LAMINA
  • 23 พ.ย. 2017 02:16:17 PM
  • ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Suzuki Rama2
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

Suzuki Swift Eco ราคา review รีวิว ตกแต่ง ของแถม ทดลองขับ ติดแก๊ส ซื้อขาย มือสอง

iTOA Suzuki Maporn
Suzuki Nakornchai
NCTEK
Suzuki Nithiboon
DC Motor
navasuzuki
dhipaya insurance
Leo Oil
SAHACAR CENTER NV Yangyont
รถ Suzuki Swift เพิ่มความปลอดภัย
มั่นใจทุกการขับขี่
เช็คราคาและโปรโมชั่นได้ที่นี่
TISCO CASH
Santo Sport
Carmana

Hot Issue! [PHOTO] "Swift ปีแปด@แปดริ้ว" 24 มิย 60| รับ Sticker Club

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Messages - Pongroofman

หน้า: [1] 2 3 ... 115
1
ไม่ได้เข้ามานาน..หากระทู้ตัวเอง เกือบไม่เจอ ...

วันนี้เลยขออนุญาต "ขุด" ขึ้นมาหน่อยนะครับ ..เผื่อบางคน ขับผ่าน จะได้ทักทาย

 :17 Haha: :17 Haha: :17 Haha: :17 Haha:

2
มาต่อตอนที่ห้ากันครับ

ตอนที่ห้า เส้นทางสู่วังเวียง

ผมเองเคยมาที่ลาวหลายครั้งครับ และ ทุกครั้งก็เดินทางมาทางบกเนี่ยล่ะครับ
ไม่เคยมาทางอากาศกับเค้าเลย เพราะว่า ส่วนใหญ่ ก็มาเที่ยวดังนั้น จุดแวะอย่างหนองคายนี่จะทำให้ไม่จำเป็นต้องบินมาลงที่ลาว

ว่ากันว่าค่าเครื่องบิน ระหว่างบินไปอุดร กับ บินไปลงที่เวียงจันทน์ ก็ แพงต่างกันเยอะด้วยครับ ดังนั้นคนไทยส่วนใหญ่เลยนิยมที่จะบินไปลงอุดรก่อนแล้ว ก็ต่อด้วยรถมายังเวียงจันทน์อย่างที่เราทำกัน

ล่าสุดที่ผมเข้ามา ผมเอามอเตอร์ไซต์มาครับ ขับเส้นทางเดียวกันนี้แหล่ะ ข้ามสะพานมิตรภาพไทย ลาว (๑) ผ่านวังเวียน แล้วเลยไปยังหลวงพระบางเลย


หลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วนะครับว่า สะพานมิตรภาพ ไทย ลาว มีสามแห่งนะครับ
๑ หนองคาย เวียงจันทน์
๒ มุกดาหาร สะหวันนะเขต
๓ นครพนม คำม่วน
ผมเอง เคยข้ามแต่ สะพาน ๑ มีโอกาสจะไปข้ามให้ครบครับ
เวัยงจันทน์นี่ ผมเพิ่งมาเมื่อตอนปีใหม่นี่เอง ครั้งนี้เลยแปลกใจที่พี่ๆ นำทางมาทางซ้าย แทนที่จะเป็นทางขวา อย่างที่เคย ....

"...ให้ลืมเรื่องเก่าๆ แล้วเปิดรับสิ่งใหม่ซะบ้าง... " เสียงพี่ที่ดังในวอ ยังก้องอยู่ในหัว จริงเนอะ ถ้าเรา ติดอยู่กับเรื่องเก่า แล้วเมื่อไหร่ จะมีความรู้ใหม่ๆ กับเค้าล่ะเนอะ

เส้นทางที่ทาง ผู้นำรถเบอร์ ศูนย์ ศูนย์ นำมาเป็นเส้นทางเลี่ยงเมือง ที่ผมเพิ่งเคยมาครับ  
วิ่งออกจากด่านมา ก็เลี้ยวซ้าย แทน เลี้ยวขวา สักพัก ก็จะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าเลี่ยงเมือง ...เสียดายไม่ได้เอา จีพีเอส มาเลยไม่รู้ว่า มีถนนเส้นนี้ ในเครื่องหรือยัง

มาเส้นเลี่่ยงเมือง รถแทบไม่มีครับ แล้วก็ไม่ใช่เลนสวนกันด้วย วิ่งสบายๆ อยู่พักใหญ่ ก็ มาบรรจบกับถนนหลัก

หลังจากนั้นก็เข้าสู่บรรยากาศของจริงของ ลาวล่ะครับ ...ธรรมชาติดิบๆ อย่างที่คนเมืองอย่างเราจะไม่คุ้นตา

สวิฟส์เครื่อง ๑.๒ นี่วิ่งใช้ได้นะครับ ไม่อืดอย่างที่ผมคิดตอนแรก ทั้งๆ ที่ แบบน้ำหนักผู้โดยสาย คิงไซส์ อย่างผมกับพี่เจี๊ยบ แล้วก็ ไซส์กลาง อย่างประธานไม้ กับ พี่บ๊วย ได้
แต่ช่วงล่างนี่ซิ ผมว่ามันนิ่มไปหน่อย พอเจอ น้ำหนัก สี่คนนี่ มีอาการให้เห็นเหมือนกัน ตอนข้ามเนิน มีเสียงโดนครูดให้เห็น
ผมมองหน้าพี่เจี๊ยบ เหมือนหาคนผิด เพราะ ในรถนี่ก็มีผมกับพี่เจี๊ยบที่น้ำหนักเกินมาตรฐานชายไทยไปหน่อย ...
ขบวนเราวิ่งด้วยความเร็วไม่มากนัก ประมาณ ๘๐ ถึง ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าเร็วแล้วครับ สำหรับสภาพถนนที่มีผู้คนวิ่งไปมาตลอด





สภาพสองข้างทางหลังออกจากเวียงจันทน์ ยังดุแห้งๆ เหมือนกับ ภูมิอากาศแถวๆ ภาคอิสานของเรา หากแต่ว่า บ้านคน ของแถวนี้ไม่เยอะมากนัก ปั๊มน้ำมัน ก็ไม่ได้เยอะมากเหมือนเมืองไทย

คณะเรามีการหยุดเป็นระยะๆ ครับ ไม่ได้เพื่อเติมน้ำมัน แต่ เป็นการเติมน้ำ ให้คนมากกว่า เพราะ ทีมงานเตรียมเครื่องดื่มเอาไว้ หลายขนาน แต่ไม่มี แอลกอฮอล์นะครับ พอจอดที ก็มีน้องๆ มาเดินบริการให้ทั่วถึง ...

เราเลยเริ่มรู้จักน้องๆ ทีมงานมากขึ้นครับ ที่จำได้ก็มีน้องฝน น้องปุ๋ย แล้วก็น้องฝ้าย ... น้องๆ ท่านอื่น อีกสองสามคน ...พอจำหน้าได้ครับ แต่ แฮะๆ จำชื่อไม่ได้อ่า....







เราวิ่งไปเรื่อยๆ ครับ โดย ทีมพี่อ้น จะคอยบอก จังหวะการแซงให้ โดยจะคอยบอกว่ามีรถอะไร วิ่งสวนมาบ้าง
"รถตู้ ฮุนได สีขาว ลงไปหนึ่งคันครับ ...หลังจากนั้นว่างครับ ... หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า แซงขึ้นมาเลยครับ หน้าว่าง ครับ หน้าว่าง ..." เสียงพี่อ้น จะคอยส่งสัญญาณตลอดซึ่งพอฟังๆ ไปสักพักก็จะเริ่มจับจังหวะได้ครับ ทำให้การแซงรถเป็นไปอย่างปลอดภัย

ผมสังเกตว่า พี่ๆ ที่มากันแต่ละคนนี้ ขับรถเก่งๆ กันทั้งนั้นครับ เพราะ ดูจากความเร็ว จังหวะการแซง การเข้าโค้ง ล้วนแล้วแต่บ่งบอก ลายของแต่ละท่านเป็นอย่างดี

ถนนวิ่งสู่วังเวียง ร้อยกว่าโลครับ มีผ่านช่วงที่เป็นบ้าน เป็นชุมชน อยู่บ่อยครั้ง ช่วงที่เราวิ่งมาเป็นวันธรรมดา และ เป็นช่วงบ่ายที่โรงเรียนกำลังเลิก เด็กๆ นักเริียนกำลังกลับบ้าน เราเลยได้เห็นวิถีชีวิตวัยเด็ก ..ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวเป็นของแถม






ชุดนักเรียนที่ลาว น่ารักดีครับ ดูแปลกตา และ บ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่ดีขอที่นี่เป็นอย่างดีครับ ชุดผู้ชายก็คล้ายๆ ของเรา แต่ชุดผู้หญิงส่วนที่เป็นกระโปรง จะดูเป็นทรงยาวเรียบร้อย ... เด็กนักเรียนเห็นพวกเราก็จะโบกไม้โบกมือ ส่งยิ้มให้ ยิ้มใสๆ ดูน่ารักตลอดทาง

การลำดับหมายเลขทำให้ขบวนของเราเป็นระเบียบมากครับ ไม่น่าเชื่อว่าการเขียน สติกเกอร์แปะให้เห็นแค่นี้ทำให้สามารถจัดระบบได้ดีขนาดนี้ ... ส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่ามาจากการจัดการที่ดี อีกส่วนหนึ่งก็ต้องมาจากวินัยของคนขับด้วยครับ ดังนั้น การแซง กันในขบวนจึงไม่เกิด ยังไงก็ต้องตามๆ กันไปครับ คันหน้าจะช้าจะเร็ว ก็ต้องไปพร้อมกัน ซึ่งสำหรับ ทริปนี้ จะใช้หลัก รอคันหลัง ถ้าคันหลังติดยังไม่มา ก็ต้องชะลอ...ให้รอกัน

คันหน้าผมเป็นสีน้ำเงินหมายเลขสี่ครับ .. ผมขับตามมาสักพัก จึงเริ่มรุ้สึกว่า...รถสวิฟส์หมายเลขสี่ คันนี้ มี อาถรรพ์ ....

3
Gangtest 61

“Swifter Way… Swifter’s Green”
   (*)คุณเคยคิดไหมว่า “ล้อ กับ เครื่อง” จะสามารถพาคุณไปได้ไกลขนาดไหน ยิ่งรถที่มีข้อจำกัดอย่าง “Eco Car” ที่ต้องใช้งานในเมือง และต้องประหยัดน้ำมันสูงสุด แต่วันนี้ทุกข้อจำกัดของ “Eco Car” ถูกทำลายลงด้วยบทพิสูจน์ ของการเดินทางข้ามประเทศของสื่อมวลชนไทยกว่า 60 ชีวิต มุ่งหน้าสู่ สปป. ลาว เส้นทาง หนองคาย - เวียงจันทร์ -  วังเวียง ในคอนเซ็ปต์ “Swifter Way… Swifter’s Green”
   (>) หลังจากที่ SUZUKI Swift สร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคชาวไทย สร้างยอดขายอันดับ 1 มา 5 เดือนซ้อน ทาง บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงปล่อย SWIFT Energy Green (Limited Color) ในรุ่น GLX เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้ลูกค้าที่ต้องการความต่าง และโดดเด่น พร้อมทั้งจัดคาราวานขับข้ามประเทศตอกย้ำสมรรถนะที่มากกว่า “Eco Car” ทั่วไป ในทริปที่มีชื่อว่า “Swifter Way… Swifter’s Green” 
    (>)การเดินทางในครั้งนี้เริ่มต้น ณ สนามบิน ดอนเมือง โดยมี คุณวัลลภตรี ฤกษ์งาม ผู้จัดการทั่วไปบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มาต้อนรับสื่อมวลชนด้วยตนเอง หลังจากบินลัดฟ้าข้ามมาถึง สนามบิน อุดรธานี ทั้งคณะแวะทานอาหารที่ ร้าน ฟาโรห์ เฮ้าท์  ซึ่งเป็นร้านอาหารอิตาเลียน ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติมากที่สุดในแถบอีสาน จากนั้นมุ่งหน้าสู่ โชว์รูมซูซูกิ หนองคาย เพื่อทำการปล่อยคาวาวานทริปนี้ พอเห็น SWIFT Energy Green (Limited Color) เป็นครั้งแรกเกิดข้อสงสัยทันทีว่าจะข้ามแดนได้อย่างไร เพราะรถในขบวนเป็น “ป้ายแดง” เกือบทุกคัน ลองสอบถามทาง PR  ซูซูกิดูเค้าบอกว่าเป็นการประสานงานระหว่างทางกรมศุลกากรของจังหวัดหนองคาย และได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว จึงทำให้การข้ามแดนในครั้งนี้มีการทำเอกสารถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หมดข้อสงสัยออกเดินทางแบบ Swifter กันเลย พอมาถึงหน้าด่านฝั่งไทยทั้ง 14 คัน รถทุกคันวิ่งผ่านแบบฉลุย ผ่านสะพานมิตรภาพไทย - ลาว ชมความงามของแม่น้ำโขงมาถึงด่านฝั่งลาวก็ผ่านแบบชิวๆ แถมยังมีตำรวจมาคอยนำทางเคลียร์รถให้เราอีก ออกจากด่านเราเลี้ยวเข้าถนน 450 ใหม่ของลาว ซึ่งเป็นถนน 4 เลนแรกของประเทศลาว สภาพถนนเรียบกริบวิ่งกันสบายๆ พอมาถึงแยกแรก งงเข้าไปอีกมีตำรวจจากประเทศลาวมาปิดสี่แยกให้วิ่งผ่านไฟแดงทั้งขบวนเลย พอตรงมาอีกหน่อยจะเรียกว่าถนนดงโดด ซึ่งก็โดดสมชื่อจริงๆ ทำให้สัมผัสความนิ่มนวลระบบช่วงล่างแม็กเฟอร์สัน สตรัท พร้อมคอยล์สปริงในด้านหน้า ทอร์ชั่มบีม พร้อมคอยล์สปริงในด้านหลัง เรียกได้ว่าถนนเป็นคลื่นขนาดนี้ยังขับสบายๆ ผมถือว่าระบบการซับแรงสั่นสะเทือนในห้องโดยสารทำได้เยี่ยมแล้วครับ
   (>)เลี้ยวขวาอีกครั้งเข้าสู่ถนนเส้นหลัก 13 เหนือมุ่งหน้าสู่วังเวียง เส้นทางนี้จะเป็นทางตรงยาวๆ 2 เลน แต่รถที่วิ่งร่วมทางส่วนใหญ่จะขับช้ามากๆ แถมยังขับชิดขวาอีก ทำให้การแซงยากสักหน่อย แต่ทีมนำทางเยี่ยมมาก บอกรถสวน ระยะการแซงตลอดทางทำให้เราสามารถขับไล่แซงได้ปลอดภัยมากขึ้น ที่เหลือเป็นหน้าที่ของสมรรถนะของเครื่องยนต์รหัส K12B แบบ 4 สูบ ความจุกระบอกสูบ 1,242 ซีซี. DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งด้านไอดีและไอเสีย VVT มีแรงม้าสูงสุดที่ 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 118 นิวตัน-เมตร 4800 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20 ด้วย จากที่ได้สัมผัสกับอัตราเร่ง ลืมไปเลยว่าใช้อีโคคาร์อยู่ อัตราเร่งทำได้น่าพอใจ กดคันเร่งเพื่อแซงก็สามารถผ่านพ้นไปด้วยดีแบบไม่มีลุ้น ยิ่งเวลาขับชิวๆ ระบบส่งกำลังอัตโนมัติ CVT ก็ทำงานอย่างราบรื่นปล่อยตามจังหวะแบบนิ่มนวล ไปนานเราก็ถึง 60 กม.สุดท้ายก่อนถึงวังเวียง ช่วงนี้แหล่ะครับ คือ บทพิสูจน์อันสุดยอดของ SWIFT Energy Green เนื่องจากเป็นทางโค้งขึ้น - ลง เขาแคบๆ ต่อเนื่องกันเป็นร้อยโค้ง ทำให้เราได้สัมผัสแรงบิดที่ส่งตัวรถขึ้นเขาสูงอย่างง่ายดาย ระบบการบังคับเลี้ยงสามารถส่งงานได้แบบคล่องตัว ผ่านโค้งต่างๆ อย่างฉับไว ช่วยให้เราไปถึงมุ่งหมายวังเวียงก่อนเวลาที่กำหนดช่วยให้ทุกคนในคาราวานได้ซึมซับบรรยากาศของสวรรค์เมือง ลาว ที่งดงามกันอย่างเต็มที่ ปิดท้ายวันแรกของการเดินทางด้วยดินเนอร์ริมสระน้ำ มีน้องๆ นักศึกษาจาก สปป. ลาว มาฟ้อนรำตามแบบฉบับวัฒนธรรมลาวแท้ๆ เพื่อให้พี่ๆ สื่อมวลชนได้เก็บความประทับใจก่อนเข้านอนในโรงแรมระดับ 6 ดาวที่เดียวในวังเวียง
   (>)เช้าตรู่วันที่ 2 ทุกท่านในทริปตื่นกันตั้งแต่เช้า เพื่อมานั่งเรือชมบรรยายสองข้างทางแม่น้ำซอง ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ที่สุดของทริป เพราะบรรยากาศเช่นนี้ไม่ได้หาชมกันได้ง่ายๆ การที่ได้นั่งอยู่บนเรือมองไปด้านซ้ายคุณจะเห็นภูเขาที่มีหมอกคั่นกลางอยู่ระหว่างเขาสะท้อนกันแสงพระอาทิตย์ บางๆ ในยามเช้า ด้านขวาจะเห็นวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นซึ่งยังเป็นวิถีที่บริสุทธิ์ไร้มลพิษ ทำให้เราเองเก็บเกี่ยวพลังงานธรรมชาติ ซึมซัมอากาศบริสุทธิ์ มาเป็นพลังในการกลับไปใช้ชีวิตในเมืองต่อไป หลังจากนั้นเราก็พร้อมเดินทางกลับเข้าเวียงจันทร์กันต่อ เส้นทางย้อนกลับทางเดิมทำให้เราได้สัมผัสสมรรถนะที่เหนือกว่าอีโคคาร์ธรรมดาของ SWIFT Energy Green อีกหนึ่งรอบ
   (>)พอถึงเวียงจันทร์ทางซูซูกิพาแวะทางอาหารเที่ยงที่ “ร้านลานน้ำพุ” ซึ่งอยู่ในแหล่งชุมชนวัยรุ่นเวียงจันทร์ หรือเรียกอีกอย่างว่า “Center Point Lao” ซึ่งการหาที่จอดรถเป็นไปได้ยากมาก แต่ทางซูซูกิเคลียร์ที่จอดรถจนโล่งสามารถจอดกันทุกคันแบบสบายๆ ทำให้ทุกท่านในทริปลงไปทานอาหาร Fusion Food แบบอาหารลาว ที่มีหน้าตาสวยงามรสชาติดีๆ หลังจากอิ่มท้องเราเดินทางกันต่อแบบปิดเมืองวิ่ง มีตำรวจนำทาง และปิดทุกแยกการจราจรโดยไม่ติดไฟแดง ผมลองถามจากไกด์คนลาวเค้าบอกว่าการจะทำแบบนี้ได้ก็ต้องเป็นระดับรัฐมนตรีของลาวเลยทีเดียว หลังจากนั้นเราไปชมประตูชัย เวียงจันทร์ หรือที่คนลาวเรียกว่า “สนามบินแนวตั้ง” ซึ่งประตูชัยนี้เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ เปรียบได้กับรถ SUZUKI Swift พอดิบพอดีที่มียอดขายมาเป็นอันดับ 1 มา 5 เดือนซ้อน เรียกว่าชนะอีโอคาร์ค่ายอื่นๆ มาแล้ว จากนั้นไปกันต่อที่ “พระธาตุหลวง” ซึ่งมีสถาปัยกรรมที่งดงามร่วมสมัย เสมือนกันกับการออกแบบตัวรถของ SUZUKI Swift ที่มีดีไซน์ที่งดงาม ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา แม้จะออกมานานพอสมควรแล้ว แต่ดูยังไงก็ไม่เอ้าท์ครับ ปิดท้ายทริปนี้ด้วยการช็อปปิ้งที่ Duty Free ด่านสะพานมิตรภาพไทย - ลาว
   (*)สุดท้ายขอบคุณบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่สร้างสรรทริป “Swifter Way… Swifter’s Green” ที่จัดทริปแบบนี้ ถือเป็นการทดสอบรถรูปแบบใหม่ๆ ที่แตกต่างในคอนเซ็ปต์ที่ลงตัวกับรถ SWIFT Energy Green มากๆ สำหรับท่านที่สนใจรถ SUZUKI ขอแอบบอกว่าในงาน MOTOR EXPO 2013 วันที่ 29-10 พฤจิกายน 2556 นี้ ณ อิมแพคเมืองทองธานี ทางซูซูกิเตรียมแคมเปญดีๆ รอเอาไว้มากมายครับ

4
มา update Link รูปภาพให้ใหม่ครับ ...

ตอนนี้ มีภาพสวยๆ ให้ได้ดูเหมือนเดิมครับ หลังจาก ภาพมันหายไปพักใหญ่...

อ่านแล้วก็ ขอคนละ ment นะครับ รำลึกความหลังกันครับ

5
ชอบท่าพี่เค้าจริงๆ

ลีลา ขี้เมามากๆครับ ...เหอ เหอ



อยากเมาแบบนี้อีกเจงๆ  เหอๆ  :15 confuse:

นอกรอบกันหน่อยมะ หมูเล็ก เหอ เหอ

6
ผมก้อชอบการบรรยายทริปของพี่ป๋องมากๆเป็นเอกลักษณ์ของพี่เค้าเลยครับ
เพราะติดตามอ่านตั้งแต่บอร์ดER6N,VERSYSจนมาถึงบอร์ดสวิฟนี่แหระครับ

ว้าวดีใจจังเจอแฟนประจำ

ลองไปอ่านดูที่ http://pongroofman.wordpress.com อีกที่หนึ่งนะครับ

7
คอมเมนท์ เยอะๆ อย่างนี้ ตอนห้าออกเร็วแน่

8
            พี่บ๊วยย เทพแห่งไฟ คนนี้ไม่เคยเห็นแฮะ   อยากเห็นรถ ของเทพแห่งไฟจัง  ไส้แห้งอยากดู จัดให้หน่อยยย

   และ  ฮิคาริ สวิฟ แบทแมน      คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นในห้องแชท  แต่นานมากกเลยยยยย          ไม่เคยเข้ามาในห้องแชทอีกเลยยย             ส่วนท่านประธานไม้  ที่ปัน ใจไปหากิ๋กใหม่  ( 2 ล้อ)  ไส้แห้งถือว่า แวบไปชั่วครั้ง  ชั่วคราว ไม่เป็นไร  :06 Laugh:    คนนี้เคยเจอ ตัวเป็นๆ   ส่วนพี่เจี้ยบ  ก็คุ้นเคย  เคยแวะเวียนไปใช้บริการ   :15 Like: 

            รออ่าน ทริปนี้ ด้วยความระทึก   :17 Haha:  ไส้แห้งขอ ฝากเนื้อ ฝากตัว พี่ๆทุกคนครับ





ยินดีที่ได้รู้จักครับ เจ ไส้แห้ง

9
ติดตามได้เลยครับ ที่กระทู้นี้ครับ

http://www.suzukiswiftclub.com/index.php?topic=34079.msg567808#msg567808



ไปอ่าน ไปเขียน ment กันเยอะๆ นะครับ

10
ตอนที่สิบ

11
ตอนที่เก้า

12
ตอนที่แปด

13
ตอนที่เจ็ด

14
ตอนที่หก

15
ตอนที่ห้า เส้นทางสู่วังเวียง

ผมเองเคยมาที่ลาวหลายครั้งครับ และ ทุกครั้งก็เดินทางมาทางบกเนี่ยล่ะครับ
ไม่เคยมาทางอากาศกับเค้าเลย เพราะว่า ส่วนใหญ่ ก็มาเที่ยวดังนั้น จุดแวะอย่างหนองคายนี่จะทำให้ไม่จำเป็นต้องบินมาลงที่ลาว

ว่ากันว่าค่าเครื่องบิน ระหว่างบินไปอุดร กับ บินไปลงที่เวียงจันทน์ ก็ แพงต่างกันเยอะด้วยครับ ดังนั้นคนไทยส่วนใหญ่เลยนิยมที่จะบินไปลงอุดรก่อนแล้ว ก็ต่อด้วยรถมายังเวียงจันทน์อย่างที่เราทำกัน

ล่าสุดที่ผมเข้ามา ผมเอามอเตอร์ไซต์มาครับ ขับเส้นทางเดียวกันนี้แหล่ะ ข้ามสะพานมิตรภาพไทย ลาว (๑) ผ่านวังเวียน แล้วเลยไปยังหลวงพระบางเลย


หลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วนะครับว่า สะพานมิตรภาพ ไทย ลาว มีสามแห่งนะครับ
๑ หนองคาย เวียงจันทน์
๒ มุกดาหาร สะหวันนะเขต
๓ นครพนม คำม่วน
ผมเอง เคยข้ามแต่ สะพาน ๑ มีโอกาสจะไปข้ามให้ครบครับ
เวัยงจันทน์นี่ ผมเพิ่งมาเมื่อตอนปีใหม่นี่เอง ครั้งนี้เลยแปลกใจที่พี่ๆ นำทางมาทางซ้าย แทนที่จะเป็นทางขวา อย่างที่เคย ....

"...ให้ลืมเรื่องเก่าๆ แล้วเปิดรับสิ่งใหม่ซะบ้าง... " เสียงพี่ที่ดังในวอ ยังก้องอยู่ในหัว จริงเนอะ ถ้าเรา ติดอยู่กับเรื่องเก่า แล้วเมื่อไหร่ จะมีความรู้ใหม่ๆ กับเค้าล่ะเนอะ

เส้นทางที่ทาง ผู้นำรถเบอร์ ศูนย์ ศูนย์ นำมาเป็นเส้นทางเลี่ยงเมือง ที่ผมเพิ่งเคยมาครับ 
วิ่งออกจากด่านมา ก็เลี้ยวซ้าย แทน เลี้ยวขวา สักพัก ก็จะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าเลี่ยงเมือง ...เสียดายไม่ได้เอา จีพีเอส มาเลยไม่รู้ว่า มีถนนเส้นนี้ ในเครื่องหรือยัง

มาเส้นเลี่่ยงเมือง รถแทบไม่มีครับ แล้วก็ไม่ใช่เลนสวนกันด้วย วิ่งสบายๆ อยู่พักใหญ่ ก็ มาบรรจบกับถนนหลัก

หลังจากนั้นก็เข้าสู่บรรยากาศของจริงของ ลาวล่ะครับ ...ธรรมชาติดิบๆ อย่างที่คนเมืองอย่างเราจะไม่คุ้นตา

สวิฟส์เครื่อง ๑.๒ นี่วิ่งใช้ได้นะครับ ไม่อืดอย่างที่ผมคิดตอนแรก ทั้งๆ ที่ แบบน้ำหนักผู้โดยสาย คิงไซส์ อย่างผมกับพี่เจี๊ยบ แล้วก็ ไซส์กลาง อย่างประธานไม้ กับ พี่บ๊วย ได้
แต่ช่วงล่างนี่ซิ ผมว่ามันนิ่มไปหน่อย พอเจอ น้ำหนัก สี่คนนี่ มีอาการให้เห็นเหมือนกัน ตอนข้ามเนิน มีเสียงโดนครูดให้เห็น
ผมมองหน้าพี่เจี๊ยบ เหมือนหาคนผิด เพราะ ในรถนี่ก็มีผมกับพี่เจี๊ยบที่น้ำหนักเกินมาตรฐานชายไทยไปหน่อย ...
ขบวนเราวิ่งด้วยความเร็วไม่มากนัก ประมาณ ๘๐ ถึง ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าเร็วแล้วครับ สำหรับสภาพถนนที่มีผู้คนวิ่งไปมาตลอด





สภาพสองข้างทางหลังออกจากเวียงจันทน์ ยังดุแห้งๆ เหมือนกับ ภูมิอากาศแถวๆ ภาคอิสานของเรา หากแต่ว่า บ้านคน ของแถวนี้ไม่เยอะมากนัก ปั๊มน้ำมัน ก็ไม่ได้เยอะมากเหมือนเมืองไทย

คณะเรามีการหยุดเป็นระยะๆ ครับ ไม่ได้เพื่อเติมน้ำมัน แต่ เป็นการเติมน้ำ ให้คนมากกว่า เพราะ ทีมงานเตรียมเครื่องดื่มเอาไว้ หลายขนาน แต่ไม่มี แอลกอฮอล์นะครับ พอจอดที ก็มีน้องๆ มาเดินบริการให้ทั่วถึง ...

เราเลยเริ่มรู้จักน้องๆ ทีมงานมากขึ้นครับ ที่จำได้ก็มีน้องฝน น้องปุ๋ย แล้วก็น้องฝ้าย ... น้องๆ ท่านอื่น อีกสองสามคน ...พอจำหน้าได้ครับ แต่ แฮะๆ จำชื่อไม่ได้อ่า....







เราวิ่งไปเรื่อยๆ ครับ โดย ทีมพี่อ้น จะคอยบอก จังหวะการแซงให้ โดยจะคอยบอกว่ามีรถอะไร วิ่งสวนมาบ้าง
"รถตู้ ฮุนได สีขาว ลงไปหนึ่งคันครับ ...หลังจากนั้นว่างครับ ... หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า แซงขึ้นมาเลยครับ หน้าว่าง ครับ หน้าว่าง ..." เสียงพี่อ้น จะคอยส่งสัญญาณตลอดซึ่งพอฟังๆ ไปสักพักก็จะเริ่มจับจังหวะได้ครับ ทำให้การแซงรถเป็นไปอย่างปลอดภัย

ผมสังเกตว่า พี่ๆ ที่มากันแต่ละคนนี้ ขับรถเก่งๆ กันทั้งนั้นครับ เพราะ ดูจากความเร็ว จังหวะการแซง การเข้าโค้ง ล้วนแล้วแต่บ่งบอก ลายของแต่ละท่านเป็นอย่างดี

ถนนวิ่งสู่วังเวียง ร้อยกว่าโลครับ มีผ่านช่วงที่เป็นบ้าน เป็นชุมชน อยู่บ่อยครั้ง ช่วงที่เราวิ่งมาเป็นวันธรรมดา และ เป็นช่วงบ่ายที่โรงเรียนกำลังเลิก เด็กๆ นักเริียนกำลังกลับบ้าน เราเลยได้เห็นวิถีชีวิตวัยเด็ก ..ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวเป็นของแถม






ชุดนักเรียนที่ลาว น่ารักดีครับ ดูแปลกตา และ บ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่ดีขอที่นี่เป็นอย่างดีครับ ชุดผู้ชายก็คล้ายๆ ของเรา แต่ชุดผู้หญิงส่วนที่เป็นกระโปรง จะดูเป็นทรงยาวเรียบร้อย ... เด็กนักเรียนเห็นพวกเราก็จะโบกไม้โบกมือ ส่งยิ้มให้ ยิ้มใสๆ ดูน่ารักตลอดทาง

การลำดับหมายเลขทำให้ขบวนของเราเป็นระเบียบมากครับ ไม่น่าเชื่อว่าการเขียน สติกเกอร์แปะให้เห็นแค่นี้ทำให้สามารถจัดระบบได้ดีขนาดนี้ ... ส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่ามาจากการจัดการที่ดี อีกส่วนหนึ่งก็ต้องมาจากวินัยของคนขับด้วยครับ ดังนั้น การแซง กันในขบวนจึงไม่เกิด ยังไงก็ต้องตามๆ กันไปครับ คันหน้าจะช้าจะเร็ว ก็ต้องไปพร้อมกัน ซึ่งสำหรับ ทริปนี้ จะใช้หลัก รอคันหลัง ถ้าคันหลังติดยังไม่มา ก็ต้องชะลอ...ให้รอกัน

คันหน้าผมเป็นสีน้ำเงินหมายเลขสี่ครับ .. ผมขับตามมาสักพัก จึงเริ่มรุ้สึกว่า...รถสวิฟส์หมายเลขสี่ คันนี้ มี อาถรรพ์ ....

หน้า: [1] 2 3 ... 115

ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ I ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ อันดับ 1

SuzukiSwiftClub.Com เปิดเว็บพร้อมกับเปิดตัวรถ Swift วันที่ 1 ธันวาคม 2552 คำแนะนำหรือจองพื้นที่โฆษณา ติดต่อที่ SuzukiSwiftClub[at]Yahoo.com

เครือข่าย Web Network | ThaiMARCH | ThaiAlmeraClub | SuzukiSwiftClub |


Hosting , VPS , Colocation , Server